เกาะปอดะ

เกาะปอดะ เกาะสวยแห่งทะเลกระบี่ เป็นเกาะเอกชนที่ยังคงความงดงาม เป็นหนึ่งในไฮไลท์ของการเที่ยวทะเลกระบี่ เกาะปอดะตั้งอยู่ในทะเลด้านหน้าอ่างนาง

อยู่ห่างจากฝั่งอ่าวนางประมาณ 8 กิโลเมตร หากยืนอยู่ริมหาดที่อ่าวนางหรือหาดพนรัตน์ธาราแล้วมองออกไปในทะเลจะเห็นหมู่เกาะเล็กใหญ่กระจุกตัวอยู่ในบริวณใกล้ๆ กัน

เกาะใหญ่ที่สุดในนั้นคือเกาะปอดะ เกาะใกล้ๆ กันได้แก่เกาะทับ เกาะหม้อ เกาะไก่ ซึ่งเป็น 4 เกาะไฮไลท์สำหรับการท่องทะเลกระบี่

เกาะปอดะมีชายหาดล้อมรอบทั้งสามด้านยกเว้นทางด้านทิศตะวันตกซึ่งเป็นด้านที่รับคลื่นด้านนี้เป็นหน้าผาหินสูงชัน ชาดหาดด้านหน้าเกาะหาดทรายที่ขาวละเอียด น้ำทะเลใสถึงแม้จะอยู่ไม่ไกลจากฝั่ง นักท่องเที่ยวนิยมแวะขึ้นเกาะเพื่อไปพักผ่อน เดินเล่นชาดหาดและเล่นน้ำ

ถึงแม้เกาะนี้จะเป็นเกาะเอกชนแต่เป็นเอกชนใจดีไม่เก็บค่าธรรมเนียมค่าขึ้นเกาะ ดังนั้นนักท่องเที่ยวที่ขึ้นไปเที่ยวจึงควรช่วยกันรักษาความสะอาด

บนเกาะเป็นที่ต้องของปอดะ ไอร์แลนด์ รีสอร์ท มีที่พักไว้บริการให้แก่นักท่องเที่ยวที่สนใจขึ้นไปพักบนเกาะ นอกจากที่พักแล้วบนเกาะยังมีร้านอาหารไว้บริการนักท่องเที่ยว

ท่องเที่ยวชายหาด

บริเวณหาดด้านหน้ามีชายหาดเป็นแนวยาวเหมาะแก่การเล่นน้ำชาดหาด ด้านซ้ายเป็นอีกจุดที่น่าพักผ่อนเพราะเงียบสงบคนน้อย หาดด้านขวาหรือทิศเหนือของเกาะไม่เหมาะที่จะพักผ่อนเล่นน้ำเพราะเป็นจุดจอดเรือหางยาวและใกล้ทางเข้าร้านอาหารผู้คนพุกพล่านพอสมควร

กิจกรรมดำน้ำชมปะการัง

หาดด้านหน้ามีแต่พื้นทรายไม่มีแนวปะการัง หาดด้านทิศใต้เป็นแนวสันทรายไม่มีแนวปะการัง จุดดำน้ำชมปะการังของเกาะปอดะอยู่บริเวณทิศเหนือในจุดที่มีลูกลอยสีส้มล้อมไว้

แต่เกาะปอดะเหมาะกับการมาเที่ยวพักผ่อนและเล่นน้ำซะมากกว่าที่จะมาดำน้ำชมปะการัง เพราะปะการังในย่านนี้ไม่ค่อยมี ที่พอมีก็ไม่สวย ทะเลกระบี่เหมาะกับการมาท่องเที่ยวพักผ่อนชมวิว เล่นน้ำ

การเดินทาง มีเรือเช่าให้บริการทั้งเรือหางยาวและเรือเร็ว Speed Boat ติดต่อเช่าและขึ้นเรือได้ที่ท่าหน้าหาดอ่าวนาง หรือจะขึ้นที่ท่าเรือในตัวเมืองกระบี่ก็ได้

ดำน้ำจังหวัดปัตตานี

ปัตตานี จังหวัดที่อยู่เกือบสุดด้ามขวานของประเทศไทย ห่างจากกรุงเทพฯ ถึง 1,055 กิโลเมตร แต่ทะเลปัตตานีมีจุดดำน้ำลึกที่น่าสนใจและคุ้มค่ากับการเดินทางที่แสนนาน

โลซิน เป็นจุดดำน้ำที่อยู่ตอนใต้สุดของอ่าวไทย และไกลที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ ทำให้ต้องเดินทางโดยเรือนอนเท่านั้น แต่ความห่างไกลของโลซิน ทำให้นักดำน้ำได้พบกับความหนาแน่นของปะการังที่สมบูรณ์สูงสุดแห่งหนึ่งของทะเลไทย ทั้งปะการังอ่อน และกัลปังหา เพียงแต่สีสันไม่สดใสเท่าฝั่งอันดามัน

หากนักดำน้ำโชคดีอาจจะได้พบกับฉลามวาฬที่แวะเวียนมาบริเวณนี้บ้าง นอกจากนี้ยังมีกระเบนราหู โรนัน และกระเบนนก

นักดำน้ำที่ตั้งใจจะเดินทางไปดำน้ำแถบโลซิน ควรเตรียมพร้อมร่างกายให้แข็งแรง เพราะเรือมีโอกาสโดนคลื่นลมแรงได้ ด้วยโลซินเป็นเพียงกองหินพ้นน้ำกลางทะเลลึก ไม่มีอ่าวหลบลม และจุดดำน้ำที่โลซินลึกมาก ความลึกประมาณ 80-100 ฟุต ไดฟ์คอมพิวเตอร์จึงจำเป็นมาก

นักดำน้ำที่สนใจดำน้ำลึกที่เกาะโลซิน สามารถติดต่อบริษัทดำน้ำจากกรุงเทพฯ ได้ หรือ มนุษย์กบไทย โทร. 0 2678 7414 0 2286 6827

ทะเลจังหวัดสุราษฎร์ธานี

ทะเลของจังหวัดสุราษฎร์ธานี เหมาะสำหรับการดำน้ำลึก มีหลายจุดที่เป็นจุดดำน้ำที่นักดำน้ำจะต้องเดินทางมาสัมผัส เกาะน้อยใหญ่ของเมืองร้อยเกาะวันนี้ กลายเป็นสวรรค์สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้ที่ชื่นชอบการดำน้ำโดยเฉพาะการดำน้ำลึก โดยมากจุดดำน้ำจะอยู่บริเวณเกาะพะงัน เกาะเต่าและเกาะนางยวน ทะเลของสุราษฎร์ธานีแม้จะอยู่ฝั่งอ่าวไทย แต่ก็สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดปี ยกเว้นเดือนพฤศจิกายนและธันวาคมที่มักมีมรสุมคลื่นลมแรงนักดำน้ำควรหลีกเลี่ยงช่วงดังกล่าว หลังจากนั้นตั้งแต่มกราคมจนถึงเมษายน เป็นช่วงเวลาที่คลื่นลมสงบและอากาศดี เหมาะแก่การดำน้ำในแถบนี้ที่สุด

หินใบ อยู่ตอนเหนือของเกาะพะงัน หินใบเป็นจุดดำน้ำที่พบฝูงปลากลางน้ำได้หนาแน่นที่สุดแห่งหนึ่งของอ่าวไทย และอาจมีโอกาสพบกระเบนราหูที่เข้ามาโฉบแพลงตอนกินในช่วงหน้าฝนอยู่บ่อย ๆ

เกาะเต่า ถือได้ว่าเป็นแหล่งผลิตนักดำน้ำที่ขึ้นชื่อของอ่าวไทยด้วยมีร้านดำน้ำและโรงเรียนสอนจำนวนมาก รายรอบเกาะเต่ามีจุดดำน้ำหลายจุด จุดที่ขึ้นชื่อสำหรับนักดำน้ำชาวไทย ได้แก่

เกาะหางเต่าหรือเกาะนางยวน เป็นจุดฝึกดำน้ำที่ดีจุดหนึ่งเพราะน้ำนิ่งไม่มีกระแสลมรุนแรง ที่ระดับความลึกเพียง 20-30 ฟุต นักดำน้ำก็สามารถพบปะการังแข็งและฟองน้ำได้

หินนางยวน เป็นจุดดำน้ำกลางคืนที่ดี นักดำน้ำมักจะได้พบปูและปลาขนาดเล็กจำนวนมาก และเมื่อลงไปถึงก้นทะเลอาจพบปลากระเบนขนาดใหญ่ซุกอยู่ตามซอกตามมุม

กองหินขาว อยู่ทางตอนใต้ของเกาะหางเต่า ห่างประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นกองหินพ้นน้ำที่มีปะการังอาศัยอยู่โดยรอบ สามารถชมได้ทั้งการดำน้ำตื้นและน้ำลึก บริเวณนี้มีปะการังดำ ดงดอกไม้ทะเล กัลปังหาพัด ปะการังอ่อนหลากสี

กองชุมพร อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะเต่า เป็นแหล่งชมปลาหมอทะเลและปลาเก๋าตัวใหญ่ บริเวณนี้มีปะการังดำ ฟองน้ำและถ้วยทะเล และอาจได้พบฉลามวาฬที่มักวนเวียนอยู่เป็นประจำ

กองตุ้งกู อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะเต่า จุดดำน้ำกลางดงดอกไม้ทะเลนี้มีปลาใหญ่มากมายคอยสร้างความเร้าใจแก่นักดำน้ำ ผู้โชคดีอาจได้พบปลาวาฬและฉลามวาฬด้วย

กองทรายแดง อยู่ปลายเกาะเต่าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ เป็นจุดที่มีชื่อในเรื่องของปะการังอ่อนสีสด กัลปังหาและฟองน้ำครกอยู่เป็นจำนวนมาก ระดับน้ำไม่ลึกมากจึงเหมาะสำหรับนักดำน้ำมือใหม่

ดำน้ำจังหวัดชุมพร

ทะเลชุมพรนั้นสวยงามและเหมาะสำหรับการดำน้ำทั้งน้ำตื้นและน้ำลึก เป็นจุดดำน้ำอีกจุดหนึ่งที่นักดำน้ำไม่ควรจะมองผ่านเลยไป เพราะเป็นจุดดำน้ำที่คงความสมบูรณ์ของทรัพยากรทางทะเล และฝูงปลานานาชนิด ปะการังดำ ดงดอกไม้ทะเลสุดลูกหูลูกตา และฉลามวาฬ ยักษ์ใหญ่ใจดีที่แวะเวียนมาทุกหน้าร้อน โดยเฉพาะเดือนเมษายน จะมีโอกาสพบได้บ่อย

ร้านเป็ดร้านไก่ เป็นจุดดำน้ำที่มีชื่อของทะเลชุมพร เป็นเกาะเล็ก ๆ สองเกาะของอำเภอปะทิว ทั้งสองเกาะนี้ไม่มีคนอาศัยอยู่ มีแต่เพียงนกนางแอ่นเท่านั้น จุดดำน้ำนี้อุดมไปด้วยปะการังดำ สีเหลืองอ่อน สีขาวและสีทอง อีกทั้งยังมีปลาหลากชนิดฝูงใหญ่ ๆ เช่น ปลากล้วยแถบเหลือง ปลาข้างเหลือง เป็นต้น หมู่เกาะง่าม เป็นจุดดำน้ำที่ขึ้นชื่อของทะเลชุมพร ประกอบด้วยหินหลักง่าม หรือหินแพ เกาะง่ามใหญ่ เกาะง่ามน้อย และเกาะหลักง่าม อยู่ห่างจากฝั่งโดยใช้เวลาเรือวิ่งราว 1 ชั่วโมง

ทะเลแถบนี้แม้น้ำจะไม่ใสเหมือนแถบอันดามัน และไม่มีดงปะการังอ่อนสีสดมากเท่า แต่ก็รายล้อมด้วยดงปะการังดำ ที่หาชมได้ยากในจุดดำน้ำอื่นๆ ทะเลชุมพรนับเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเลและฝูงปลาจำนวนมาก นักดำน้ำมักพบปลากะพงแดง ปลากะมง ปลาข้างเหลืองฝูงใหญ่ ๆ โฉบเฉี่ยวเวียนว่ายไปมาอยู่เนือง ๆ

เกาะง่ามใหญ่ เป็นหน้าผาสูงชัน ไม่มีหาดให้ขึ้น ด้านตะวันตกของเกาะน้ำจะตื้น นักดำน้ำสามารถพบดงดอกไม้ทะเลหนาแน่น บางแห่งกินอาณาบริเวณกว้าง หากสังเกตให้ดีจะพบว่าในดอกไม้ทะเลส่วนใหญ่เป็นบ้านของปลาการ์ตูนอินเดียนแดง

เกาะง่ามน้อย ที่ถัดมาทางใต้เล็กน้อย ก็มีความหลากหลายของสัตว์ทะเล ที่นี่มีปลาไหลมอร์เรย์ตัวใหญ่ ปลาเก๋า ปลาหูช้าง ปลาผีเสื้อหลากชนิดเวียนว่ายในดงปะการังและดอกไม้ทะเล

หินหลักง่าม มีแนวปะการังวางตัวในแนวเหนือใต้ที่ความลึกราว 40 – 50 ฟุต เป็นดงปะการังซึ่งเป็นที่อาศัยของฝูงปลานานาชนิด รวมทั้งปลากระเบนตัวใหญ่ ๆ และยังพบฉลามวาฬได้บ่อยครั้งอีกด้วย

เกาะหลักง่าม อยู่ทางใต้สุดของหมู่เกาะชุมพร เป็นกองหินโผล่พ้นน้ำที่เป็นจุดดำน้ำลึกที่สวยที่สุดของหมู่เกาะ ห่างจากเกาะง่ามน้อย 3-4 กิโลเมตร จุดดำน้ำอยู่ที่ความลึก 30-70 ฟุต นักดำน้ำสามารถดำวนรอบเกาะได้ รอบเกาะหลักง่ามเป็นดงปะการังดำที่หนาแน่นที่สุดแห่งหนึ่งของทะเลไทย มีทั้งสีขาว น้ำตาล และเหลือง

เกาะทะลุ อยู่ตอนใต้ของหมู่เกาะง่าม ตอนเหนือของเกาะมาตรา เป็นเกาะขนาดเล็กที่มีสะพานหินธรรมชาติ ด้านตะวันตกของเกาะมีแนวปะการังขนาดเล็ก ซึ่งเป็นปะการังก้อนขนาดใหญ่กระจัดกระจาย แม้แนวปะการังที่นี่จะเล็ก แต่จุดเด่นของการดำน้ำที่เกาะทะลุ คือจุดดำน้ำที่อยู่ลึกเป็นแหล่งชุมนุมของปลาใหญ่ เช่น ฝูงสลิดทะเล ปลากล้วย บางครั้งอาจพบฉลามหูดำด้วย
เกาะมาตรา อยู่กลางหมู่เกาะชุมพร ใกล้กับหาดทรายรี นับเป็นแหล่งดำน้ำตื้นที่ดีที่สุดในหมู่เกาะชุมพร ปะการังของเกาะมาตรา เป็นแนวยาวตลอดชายฝั่งด้านตะวันตก ส่วนใหญ่เป็นปะการังก้อนและปะการังสมอง ซึ่งนักดำน้ำสามารถพบทากเปลือยขาวจุดดำ ปลาการ์ตูน ปลาสลิดหินขนาดเล็ก

นักท่องเที่ยวสามารถเช่าเรือติดต่อดำน้ำได้ที่ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร โทร. 0 7755 8144 หรือ ชุมพร คาบาน่า รีสอร์ท โทร. 0 7756 0245-7

ดำน้ำจังหวัดระยอง

ระยอง เป็นจุดดำน้ำตื้นเลียบชายฝั่งตะวันออก ทะเลระยองนับว่าเป็นสถานที่หย่อนใจที่สะดวกมากแห่งหนึ่ง โลกใต้ทะเลระยองแม้จะไม่เลื่องชื่อในด้านความสวยงามของปะการังเท่าที่อื่น แต่ก็นับเป็นการเริ่มต้นที่ดีของผู้ที่อยากลงไปสัมผัสความสวยงามของดงปะการังน้ำตื้นและฝูงปลาในช่วงปลอดมรสุม ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงปลายเดือนเมษายนของทุกปี

เกาะมันนอก เป็นเกาะเล็กชายฝั่งระยองที่ให้สัมปทานแก่เอกชนทำบ้านพักบริการนักท่องเที่ยวเพียงแห่งเดียว เป็นเกาะที่มีหาดทรายขาวละเอียด เกาะมันนอกยังเหมาะสำหรับผู้ที่ริเริ่มจะลงไปสัมผัสโลกใต้น้ำ เพราะที่หน้าเกาะเป็นแนวปะการังเขากวางจำนวนมาก เป็นการเปิดโลกทะเลในน้ำตื้นที่น่าตื่นตาตื่นใจพอสมควรสำหรับมือใหม่ที่เพิ่งจะฝึกดำน้ำ เมื่อติดใจแล้วก็สามารถไปดำน้ำสำรวจ

เกาะมันกลาง ซึ่งมีปะการังรอบเกาะที่สภาพยังคงสมบูรณ์ สำหรับ เกาะมันใน เป็นที่ตั้งของสถานีอนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล นักท่องเที่ยวสามารถแวะชมความน่ารักของเต่าทะเล และดำน้ำตื้นที่หน้าเกาะได้

เกาะมันใน อยู่ห่างจากแหลมแม่พิมพ์ 5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 30 นาที สามารถเช่าเรือจากแหลมแม่พิมพ์ หรืออ่าวมะขามป้อม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทย ฝั่งทะเลตะวันออก โทร. 0 3861 6096 0 3865 7466

หมู่เกาะมัน อยู่ห่างจากแหลมแม่พิมพ์ 5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 30 นาที สามารถเช่าเรือจากแหลมแม่พิมพ์ หรืออ่าวมะขามป้อมก็ได้

การเดินทาง

รถยนต์ ระยองอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ระยะทาง 220 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 3 (ถนนสุขุมวิท) ระยะทาง 185 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 36 โดยแยกซ้ายจากถนนสุขุมวิท บริเวณกิโลเมตร 136.5 เส้นทางนี้จะช่วยย่นระยะทางได้ประมาณ 35 กิโลเมตร หรือใช้ทางหลวงหมายเลข 34 และ 3138 โดยผ่านอำเภอบ้านบึง ระยะทาง 179 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังมีเส้นทางสายบางนา-ชลบุรี-แกลง (ทางหลวงหมายเลข 344) บรรจบกับทางหลวงหมายเลข 3 ห่างจากตัวเมืองระยองประมาณ 40 กิโลเมตร

รถโดยสารประจำทาง มีรถออกจากสถานีขนส่งเอกมัย กรุงเทพฯ-ระยอง และกรุงเทพฯ –บ้านเพ ทุกวัน และกรุงเทพฯ – ระยอง ออกจากสถานีขนส่งสายตะวันออกเฉียงเหนือ (หมอชิต) รถโดยสารปรับอากาศ บริษัท ระยองทัวร์ โทร. 0 2391 4990 และบริษัท เชิดชัยทัวร์ โทร. 0 2391 2237

ดำน้ำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ประจวบคีรีขันธ์เป็นจังหวัดที่นักดำน้ำสามารถจะมาค้นพบความสวยงามของใต้ท้องทะเลได้ทั้งน้ำตื้นและน้ำลึก ถือได้ว่าเป็นจังหวัดที่มีแหล่งดำน้ำที่มีความหลากหลายใต้ทะเลที่น่าสนใจมากที่สุดแห่งหนึ่งของอ่าวไทยทีเดียว

เกาะจาน นับเป็นแนวปะการังใหญ่และสมบูรณ์มากที่สุดของจังหวัด อยู่ตรงข้ามกับชายฝั่งหว้ากอ อยู่เลยจากอ่าวมะนาว ในอำเภอเมืองไปเล็กน้อย

หินกรูด เป็นดงปะการังบริเวณหาดบ้านกรูด ในอำเภอบางสะพาน ที่อยู่ห่างจากฝั่งประมาณ 1 กิโลเมตร มีฐานวงรียาวราว 650 เมตร และกว้างราว 200 เมตร เป็นแนวปะการังที่ใหญ่เป็นอันดับสองของจังหวัด และเป็นแนวปะการังกลางน้ำ (Patch Reef) ที่สมบูรณ์ที่สุดและอยู่ใกล้กรุงเทพฯมากที่สุด รอบ ๆ แนวหินด้านนอกเป็นปะการังตาย หิน และพื้นทราย ยิ่งเข้าไปในวงจะพบปะการังมีชีวิตมากขึ้น พร้อมกับปลาชนิดต่าง ๆ เช่น

ปลาการ์ตูนอินเดียนแดง ฉลามหูดำ กระเบนจุดฟ้า และกุ้งพยาบาลลายเส้น อีกทั้งปะการังหลากหลายชนิด ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นปะการังก้อน การเดินทาง หาดบ้านกรูดอยู่ห่างจากอำเภอเมือง 87 กิโลเมตร บริเวณกิโลเมตรที่ 383 ของถนนเพชรเกษม เลี้ยวซ้ายตามป้ายบอกทางเข้าไปราว 9 กิโลเมตร ริมหาดบ้านกรูด มีรีสอร์ทมากมาย ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถสอบถามเพื่อเช่าเรือได้

การเดินทาง
รถยนต์ ใช้เส้นทางสายธนบุรี-ปากท่อ ไปยังราชบุรี แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนเพชรเกษม ผ่านจังหวัดเพชรบุรี สู่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รวมระยะทาง 281 กิโลเมตร รถโดยสารประจำทาง มีรถออกจากสถานีขนส่งสายใต้ ถนนบรมราชชนนี ไปหัวหิน ปราณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และบางสะพานทุกวัน ใช้เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมง

ดำน้ำจังหวัดชลบุรี

จังหวัดชลบุรีอยู่ใกล้กรุงเทพฯ เพียง 81 กิโลเมตร จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการเที่ยวทะเลของครอบครัวคนกรุง และปฐมบทของนักดำน้ำลึกหลายๆคนที่ต้องมาสอบภาคสนามที่นี่

บางแสน

ชลบุรีมีเกาะหาดทรายมากมายให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นที่แสมสาร บางแสน หรือพัทยา และต่างเป็นจุดดำน้ำที่หลายคนอาจไม่เคยคิดมาก่อนว่ามีอะไรให้ค้นหาในใต้ทะเลสีครามแห่งนี้

แสมสาร เป็นแหล่งที่นักตกปลาชื่นชอบขณะเดียวกันนักดำน้ำที่แสวงหาความตื่นเต้นก็ชอบที่จะไต่ระดับความลึกลงไปหาซากเรือจมที่เป็นผลจากสงครามในยุคก่อน

หินหลักเบ็ด หรือหินสันฉลาม จุดดำน้ำนี้ขึ้นชื่อเรื่องความหนาแน่นของปะการังแข็ง กัลปังหา และดอกไม้ทะเลเป็นดงกว้างที่ความลึก 20-45 ฟุต

เกาะนก แนวปะการังของเกาะนกอยู่ที่ด้านใต้ บริเวณนี้มีกัลปังหาพัด กัลปังหาพุ่ม แส้ทะเล ปะการังเขากวาง ปะการังขนนก ฝูงปลานานาชนิดและกระเบนขนาดใหญ่

เกาะจาน เป็นจุดดำน้ำที่มีทั้งปะการังแข็งและปะการังอ่อนหลากสี กัลปังหาพัด กัลปังหาพุ่ม แส้ทะเล นอกจากนี้สามารถพบหอยหลายชนิด รวมทั้งปลาดาวหลากสีสัน

หินเรือดำน้ำ อยู่ทางตะวันออกของเกาะคราม ที่อยู่ในความดูแลของกองทัพเรือราว 800 เมตร หินเรือดำน้ำวางตัวในแนวตะวันออก-ตะวันตก คล้ายกับหอสะพานเดินเรือของเรือดำน้ำ แนวตะวันออก ปะการังอยู่ที่ความลึก 15-60 ฟุต ทางตะวันตกเป็นแหล่งกัลปังหาพัด ฟองน้ำ และปะการังแข็ง บางจุดมีกัลปังหารวมตัวกันหนาแน่น หากโชคดีนักดำน้ำอาจพบเต่าทะเลด้วย

เรือจมเพชรบุรีบรามัน (BREMEN) อยู่ห่างจากหินเรือดำน้ำไปทางใต้ราว 3.2 กิโลเมตร เรือจมลงตั้งแต่ปี พ.ศ.2473 เป็นเรือบรรทุกสินค้า มีความยาว 110 เมตร ตัวเรือจมอยู่ในความลึกระหว่าง 40-80 ฟุต บริเวณตะวันออกของปลายเกาะครามด้านใต้ ตัวเรือตั้งอยู่บนพื้นทราย มีร่องรอยความเสียหายค่อนข้างมากจากเหตุระเบิดจนจมลง ดาดฟ้าเรือจะมีปะการังหลายชนิด โดยเฉพาะแส้ทะเล และปะการังพุ่มบางชนิด นอกจากนั้นยังมีปลาอีกหลายชนิด อาทิ ปลาผีเสื้อชนิดต่าง ๆ ปลาหูช้าง ปลาไหลมอร์เรย์ ฝูงปลาสาก ปลากระเบนตัวใหญ่ ซากเรือจมปัจจุบันเป็นที่อาศัยของปะการัง กัลปังหา ฝูงปลานานาชนิด ช่วงเวลาที่จะดำน้ำทะเลบริเวณนี้ คือ เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนพฤษภาคม

เรือสุธาทิพย์ จุดดำน้ำนี้อยู่ทางใต้ของเกาะแสมสาร นับเป็นจุดดำน้ำเรือจมที่ดีที่สุดของอ่าวไทย เรือสุธาทิพย์หรือที่รู้จักกันในหมู่นักดำน้ำต่างประเทศว่า Hardeep เป็นเรือกลไฟเหล็กที่บริษัทเดินเรือไทย จำกัด สั่งต่อขึ้นมาเพื่อใช้บรรทุกสินค้า ซากเรือจมอยู่ที่ความลึก 80-90 ฟุต ผู้ที่จะดำลงไปจึงควรมีประสบการณ์พอสมควร ภายในซากเรือนักดำน้ำจะพบเห็นปลาผีเสื้อ ปลาค้างคาว ปลาเก๋า ปลากระเบน ปลาสาก ปลากระพง แหวกว่ายอยู่เป็นจำนวนมาก

พัทยา เป็นแหล่งดำน้ำลึกที่นักดำน้ำมือใหม่หลายคนต้องพิสูจน์ความกล้าในการสอบดำน้ำในทะเลจริง ข้อควรระวังคือจุดดำน้ำบริเวณพัทยาค่อนข้างตื้น มีความลึกราว 30-50 ฟุต แต่พื้นทะเลเวิ้งว้างจนอาจทำให้นักดำน้ำสับสนหลงทิศได้ นักดำน้ำควรใช้เข็มทิศและไม่ควรไปคนเดียว ไส้กรอก เป็นอุปกรณ์เสริมที่จำเป็นเพราะทะเลบริเวณนี้มีเรือพลุกพล่าน

เกาะล้าน เกาะสาก เกาะครก เกาะริ้น เป็นจุดที่นอกจากจะมีแนวปะการังแล้วยังมีสัตว์น้ำและปลานานาชนิดที่น่าตื่นตาตื่นใจ คือบริเวณถัดออกไปจากแนวปะการัง ราวห้าสิบเมตรจากฝั่ง จะมีสัตว์น้ำหลายชนิดที่หาได้ยากในบริเวณอื่นของทะเลไทย อาทิ ดอกไม้ทะเลหนวดยาว กุ้งดอกไม้ทะเล รวมถึง ปลาผีเสื้อกลางคืน ที่เกาะริ้น มีปลาใหญ่ ฟองน้ำครก และแส้ทะเลจำนวนมาก ส่วนที่เกาะล้านมีหอยเบี้ยให้ดู และอาจพบเต่าทะเลได้ด้วย

นอกจากนี้ที่เกาะสากบริเวณด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ กองทัพเรือได้จม “เรือหลวงกูด” ซึ่งเคยเป็นเรือที่ใช้ในการลำเลียงกำลังทหารและยุทโธปกรณ์ ที่ความลึก 33 เมตร เพื่อให้เป็นอุทยานใต้ทะเล สำหรับเป็นจุดสนใจของนักดำน้ำอีกด้วย

หมู่เกาะไผ่ ประกอบด้วย เกาะไผ่ เกาะมารวิชัย เกาะเหลือม เกาะกลึงบาดาล หมู่เกาะนี้อยู่ในอยู่ในความดูแลของกองทัพเรือ อยู่ห่างจากฝั่งพัทยา 23 กิโลเมตร เป็นแหล่งท่องเที่ยวดำน้ำตกปลาที่ดีแห่งหนึ่ง กองทัพเรือได้จัดทำโครงการอุทยานใต้ทะเลเฉลิมพระเกียรติฯ โดยนำเรือหลวงครามไปตั้งเป็นอุทยานใต้ทะเลบริเวณเกาะไผ่ เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวดำน้ำอีกแห่งหนึ่งด้วย

พัทยามีร้านดำน้ำมากมายให้เลือก สำหรับผู้ที่จะดำน้ำบริเวณแสมสาร สามารถติดต่อร้านดำน้ำจากพัทยา หรือในระยองได้ สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเช่าเรือไปเที่ยวตามเกาะต่าง ๆ สามารถเช่าเรือได้ที่บริเวณท่าเทียบเรือพัทยาใต้

การเดินทาง
รถยนต์ จากกรุงเทพฯ นักท่องเที่ยวสามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 34 (บางนา-ตราด) ทางหลวงหมายเลข 304 (กรุงเทพฯ-มีนบุรี) ทางหลวงหมายเลข 3 (ถนนสุขุมวิท) หรือทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (มอเตอร์เวย์)

รถโดยสารประจำทาง ออกจากสถานีขนส่งเอกมัยไปพัทยา มีบริการตั้งแต่เวลา 05.00 – 21.00 น. รถโดยสารจากสถานีขนส่งหมอชิต มีบริการเวลา 06.30 – 18.30 น.

ดำน้ำจังหวัดตรัง

จังหวัดตรัง เป็นอีกจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่ขึ้นชื่อหลายแห่ง โดยเฉพาะถ้ำมรกต นอกจากนั้นโลกใต้ทะเลก็มีความสวยงามและน่าสนใจไม่แพ้จังหวัดอื่น ที่สามารถดำน้ำทั้งน้ำตื้นและน้ำลึก

เกาะกระดาน ถือเป็นแหล่งดำน้ำตื้นที่มีชื่อเสียงที่สุดของอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม แนวปะการังมีอยู่เกือบรอบเกาะ และมักเห็นปะการังโต๊ะโผล่พ้นน้ำยามน้ำลง

เกาะเชือก อยู่ระหว่างเกาะมุกและเกาะไหง ท้องทะเลแถวเกาะเชือกเป็นแหล่งปะการังอ่อนสีสดใสที่สามารถอยู่ในน้ำตื้น เพราะกระแสน้ำไหลแรงพัดพาอาหารมาให้ นักดำน้ำจะพบปะการังอ่อนสีต่าง ๆ อาทิ สีขาว แดง ชมพูและม่วงที่แต้มสีสันให้ท้องน้ำ ขณะที่ฝูงปลาผีเสื้อคอขาวและผีเสื้อเทวรูปมากมายคอยสลับฉาก หากดำน้ำตื้น นักดำน้ำควรระวังอันตรายจากกระแสน้ำไหลแรง และควรใส่ชูชีพหรือเกาะเชือกไว้ทุกครั้ง

เกาะแหวน เกาะเล็ก ๆ นี้เป็นเขตสัมปทานรังนก บนเกาะไม่มีพื้นราบแต่ใต้ทะเลรอบเกาะมีปะการังสวยและหลากหลายในทุกด้าน ความที่มีนักท่องเที่ยวยังไม่มากนักในแถบนี้ ทำให้ปลาที่อาศัยบริเวณเกาะแหวนนี้ไม่ค่อยกลัวคน

เกาะตะเกียง บางส่วนของดงปะการังน้ำตื้นที่ท้ายเกาะตะเกียงมีความเสียหายจากคลื่นยักษ์ เช่น ปะการังเขากวางเสียหาย แต่ปะการังส่วนใหญ่ยังคงสภาพดีอยู่ นักท่องเที่ยวที่จะไปดำน้ำตามเกาะต่าง ๆสามารถเช่าเรือหางยาวได้จากท่าเรือปากเมง

สำหรับผู้ที่ต้องการดำน้ำแบบ SCUBA สามารถติดต่อได้ที่ ร้าน Sea Moth ที่อยู่ 212/5 ถ.วิเศษกุล ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง โทร. 0 7522 5968-9 โทรสาร 0 7522 5969 , email : seamoth2004@yahoo.com , seamoth2004@hotmail.com , website : www.seamoth.com

การเดินทาง
รถยนต์ ตรังอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ 864 กิโลเมตร หากใช้เส้นทางรถยนต์ สามารถไปได้ 2 ทาง คือ
1. กรุงเทพฯ – สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 653 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 41 สู่อำเภอทุ่งสง ระยะทาง 133 กิโลเมตร แล้วแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 403 สู่อำเภอห้วยยอด ระยะทาง 50 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 4 อีก 28 กิโลเมตร ถึงจังหวัดตรัง

2. จากกรุงเทพฯ มาตามทางหลวงหมายเลข 35 (ธนบุรี-ปากท่อ) ระยะทาง 90 กิโลเมตร และแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 4 (เพชรเกษม) จนถึงชุมพร แยกเข้าระนอง พังงา กระบี่ ตรัง รวมระยะทาง 1,020 กิโลเมตร

รถโดยสารประจำทาง มีรถปรับอากาศและรถธรรมดาให้บริการ จากสถานีรถขนส่งสายใต้ ถนนบรมราชชนนี ไปสุราษฎร์ธานีทุกวัน รถไฟ จากสถานีรถไฟกรุงเทพฯ มีรถด่วนและรถเร็วไปจังหวัดตรังทุกวัน ๆ ละ 2 เที่ยว โดยออกจากกรุงเทพฯ เวลา 17.00 น. และ 18.30 น. ถึงตรัง เวลา 08.00 น. และ 10.15 น. ตามลำดับ

ดำน้ำจังหวัดภูเก็ต

ภูเก็ต เป็นจังหวัดที่มีจุดดำน้ำลึกที่น่าสนใจอีกจังหวัดหนึ่ง นักดำน้ำสามารถเลือกซื้ออุปกรณ์ดำน้ำจากร้านที่มีอยู่มากมายบริเวณป่าตอง เลือกซื้อทัวร์ดำน้ำหลากหลายรายการ และสำรวจทะเลภูเก็ตตามเกาะน้อยใหญ่ด้านตะวันออกและด้านใต้
หมู่เกาะราชา เป็นหมู่เกาะเล็ก ๆ ทางตอนใต้ของเกาะภูเก็ต ประกอบด้วยเกาะราชาใหญ่ และเกาะราชาน้อย จุดดำน้ำของเกาะราชาใหญ่อยู่ที่ด้านตะวันออกเฉียงใต้ของตัวเกาะ พื้นทะเลลาดลงจากระดับ 30 ฟุตลงไป ถึง 65 ฟุต มีแนวปะการังแข็งปกคลุม แต้มด้วยปลาดาวขนนกสีสด ส่วนเกาะราชาน้อย จุดดำน้ำอยู่ที่หัวเกาะด้านเหนือ ที่ความลึก 30-90 ฟุต เป็นดงปะการังอ่อน ที่เป็นที่อยู่ของฝูงปลานานาชนิด และเป็นจุดที่สามารถพบปลากบได้ด้วย

เกาะดอกไม้ อยู่ระหว่างเกาะพีพี และเกาะภูเก็ต ผาด้านหนึ่งของเกาะดอกไม้ดิ่งลงจนถึงความลึก 80 ฟุต ในหน้าผานี้เองที่เป็นถิ่นที่อยู่ของสัตว์ทะเลนานาชนิด ทั้งปะการังแข็ง ปะการังอ่อน ปลาดาวขนนก หอยมือหมี ฟองน้ำ ปลาไหลมอร์เรย์ ปลามง ฝูงปลาสาก

หินหมูสังนอกและหินหมูสังใน เป็นที่รู้จักในหมู่นักดำน้ำชาวต่างชาติในชื่อ Anemone Reef และ Shark Point หินหมูสังนอก เป็นดงของดอกไม้ทะเลและปะการังอ่อนที่เกาะหินใต้น้ำเป็นผืน ที่ความลึก 20 ฟุต ลงไปจนถึง 80 ฟุต หินหมูสังใน เป็นจุดดำน้ำที่มีความหลากหลายของสัตว์ทะเลสูงทั้งปะการัง กัลปังหา ฟองน้ำ ปลาเก๋า ปลาผีเสื้อ ปลาสิงโต รวมถึงฉลามกบ

เรือจมคิงส์ครุยเซอร์ เป็นเรือเมล์ที่วิ่งระหว่างเกาะภูเก็ตและเกาะพีพี ได้จมลงบริเวณหินหมูสัง ที่ความลึกราว 80 ฟุต ปัจจุบันกลายเป็นบ้านใหม่ให้ฝูงปลามากมาย นักดำน้ำสามารถลัดเลาะไปตามชั้นต่าง ๆ ของเรือได้

การเดินทาง
รถยนต์ จากกรุงเทพฯ สามารถใช้ทางหลวง 35 ธนบุรี-ปากท่อ ไปยังราชบุรี แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 4 จนถึงจังหวัดระนอง พังงา แล้วข้ามสะพานสารสินเข้าสู่จังหวัดภูเก็ต รวมระยะทาง 862 กิโลเมตร

ดำน้ำจังหวัดกระบี่

ทะเลจังหวัดกระบี่เหมาะสำหรับการดำน้ำทั้งน้ำตื้นและน้ำลึก น้ำทะเลสีเขียวเข้มของกระบี่ ตัดกับเขาหินปูนตระหง่านทำให้คนหลงรักทะเลมานักต่อนัก กระบี่นอกจากจะขึ้นชื่อเรื่องหาดทรายและเวิ้งอ่าวที่อยู่ในอ้อมกอดของขุนเขาแล้ว น้ำทะเลใสที่เปิดโอกาสให้แสงแดดส่องลงลึกถึงดงปะการังริมผาใต้น้ำก็เป็นที่เลื่องลือของนักดำน้ำเช่นกัน หากมีโอกาสนักดำน้ำไม่ควรลังเลที่จะได้ไปชมความสวยงามของหินแดงหินม่วงที่นับเป็นจุดดำน้ำสุดยอดแห่งหนึ่งของทะเลไทย

เกาะพีพีดอน ทางด้านใต้เกาะพีพีดอน เป็นจุดดำน้ำแห่งหนึ่งที่แตกต่างจากจุดอื่น ๆ คือหน้าผาหินปูนจะตัดดิ่งลงก้นทะเลจนถึงความลึกที่ 60 ฟุต แล้วค่อย ๆ ลาดลงไปถึง 70 ฟุต นอกจากปะการังหลากสีสันที่ประดับประดาผนังหินปูน ยังมีปลาดาวขนนก กัลปังหา แส้ทะเลและฟองน้ำมากมาย

เกาะบิด๊ะนอก เป็นเกาะเล็กอยู่ห่างจากเกาะพีพีเล ไปทางใต้ประมาณ 1.6 กิโลเมตร ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งปะการังที่สวยที่สุดในหมู่เกาะพีพี กองหินขนาดใหญ่กระจัดกระจายอยู่ใต้น้ำ เป็นแหล่งอาศัยของเหล่าปะการังแข็ง ฟองน้ำ กัลปังหา แส้ทะเล ดอกไม้ทะเล ดาวขนนก ดาวมงกุฎหนาม บางครั้งนักดำน้ำอาจได้พบกับฉลามนางฟ้าด้วย น้ำทะเลบริเวณนี้ใสมากจนแสงแดดสามารถส่องลงไปได้ถึงความลึก 80 ฟุต

หินกลาง จุดดำน้ำตื้นระหว่างเกาะพีพีดอน และเกาะไผ่ มีปะการังแข็งเป็นบริเวณกว้างในระดับความลึกน้อยกว่าสี่เมตร แสงแดดส่องถึงจึงเป็นจุดดำน้ำตื้นที่ดีมากจุดหนึ่ง ความรุนแรงของคลื่นยักษ์ แม้จะสร้างความเสียหายแก่แนวปะการังน้ำตื้นที่นี่ได้ระดับหนึ่ง แต่ส่วนมากยังคงสภาพและความสวยงามดังเดิม

หมู่เกาะลันตา ประกอบด้วยเกาะน้อยใหญ่ 15 เกาะ แบ่งได้เป็น 3 ส่วน คือ หมู่เกาะชายฝั่ง เช่น เกาะไม้งาม เกาะลาปูเล ส่วนที่สอง คือเกาะลันตาใหญ่ ที่มีป่าดิบ น้ำตก และหมู่เกาะห่างไกลฝั่ง ที่ขึ้นชื่อเรื่องน้ำใสและแนวปะการังที่สวยงาม เช่น เกาะรอก เกาะห้าใหญ่ และหินแดงหินม่วงที่เลื่องชื่อ

เกาะรอก อยู่ห่างจากท่าเรือศาลาด่านของเกาะลันตาใหญ่ 30 กิโลเมตร หมู่เกาะรอกมีเกาะรอกนอกและเกาะรอกใน ที่ขึ้นชื่อในเรื่องหาดทรายขาวละเอียดและน้ำทะเลใส แนวปะการังรอบเกาะ ตามร่องน้ำส่วนใหญ่เป็นปะการังก้อน จึงเหมาะสำหรับการดำน้ำตื้นมาก ลึกลงไปนักดำน้ำสามารถพบเห็นปะการังลูกโป่งได้ทั่วไป และยังมีดอกไม้ทะเลและปลาการ์ตูนว่ายวนให้ชมอีกด้วย

หาดทรายขาว ราวกับแป้งของเกาะรอก ทำให้หลายคนชอบเดินเล่นอยู่ตามชายหาด หากสังเกตจะพบว่าหาดทรายบนเกาะรอกมีรอยเท้าของปูเสฉวนอยู่เต็มหาดโดยเฉพาะในตอนเช้า

เกาะห้าใหญ่ เป็นหมู่เกาะเล็ก ๆ ทางตะวันตกของเกาะลันตาใหญ่ เกาะนี้เป็นโขดหินและทุ่งหญ้าที่ไม่มีน้ำจืด แต่มีอ่าวเล็ก ๆ ให้เรือจอดหลบลมและหาดทรายสั้น ๆ พอเดินเล่นได้ ส่วนใหญ่คนที่ไปเกาะห้ามักไปดำน้ำลึก เพราะใต้ทะเลแถบนี้มีปะการังอ่อนสีสดอยู่หลายจุด หน้าผาด้านตะวันตกที่ดำดิ่งลงไปถึงความลึก 90 ฟุต จะพบปะการังอ่อนและกัลปังหา และบริเวณนี้จะพบฉลามวาฬและเต่ากระเป็นประจำ สิ่งที่น่าสนใจมากของการดำน้ำที่เกาะห้าใหญ่คือ ถ้ำใต้ทะเล ที่ข้างในใหญ่โตกว้างขวาง และถ้ำบริเวณเกาะห้าเหนือ ที่มีทางเข้าเล็กนิดเดียว แต่เป็นปล่องขึ้นไป ในถ้ำมีกุ้งหลายชนิดโดยเฉพาะกุ้งพยาบาล

เกาะไหง เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา รอบเกาะมีแนวปะการังน้ำตื้นที่สวยงาม บนเกาะมี รีสอร์ทหลายแห่งให้บริการ

หินม่วงหินแดง เป็นสุดยอดของการดำน้ำในไทย ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของแนวประกรัง ความหลากหลายของสีสันสดใสของสัตว์น้ำใต้ทะเล กองหินทั้งคู่อยู่ทางตะวันตกของเกาะรอก ห่างออกไปราว 28 กิโลเมตร จุดเด่นของการดำน้ำที่หินม่วงหินแดง คือ ปะการังอ่อนหลากสีหลายชนิด ที่หินแดงน้ำตื้นกว่า จึงเห็นสีแดงของปะการังอ่อนและดอกไม้ทะเลเป็นผืนกว้าง ปลาที่ชุกชมบริเวณหินแดงหินม่วง คือปลาสากยักษ์ ปลามง บางครั้งอาจเจอฉลามวาฬ และฉลามเสือดาวด้วย และบางทีอาจพบปลาจิ้มฟันจรเข้ปีศาจที่คอยแฝงตัวตามปะการังอ่อนและปะการังดำ หากดำน้ำกลางคืนอาจได้พบปูแมงมุม ปูลูกกวาดที่ซุกตัวตามปะการังอ่อน

การเดินทาง
รถยนต์ สามารถเดินทางได้หลายทาง
- จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา กระบี่ รวมระยะทาง 946 กิโลเมตร
- จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ถึงจังหวัดชุมพร จากชุมพร ใช้ทางหลวงหมายเลข 41 ผ่านอำเภอหลังสวน อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เข้าอำเภอเวียงสระ ใช้ทางหลวงหมายเลข 4035 ถึงอำเภออ่าวลึก จากนั้นเข้าทางหลวงหมายเลข 4 อีกครั้ง ถึงจังหวัดกระบี่ ระยะทาง 814 กิโลเมตร รถโดยสารปรับอากาศ มีรถปรับอากาศชั้นหนึ่ง รถ VIP สายกรุงเทพฯ – กระบี่ ออกจากสถานีขนส่งสายใต้ทุกวัน ๆ ละ 2 เที่ยว

เรือโดยสาร ไปเกาะลันตาและเกาะพีพี ออกจากท่าเรือเจ้าฟ้า ในตัวเมืองกระบี่ วันละ 2 เที่ยว ใช้เวลา 2 ชั่วโมง นอกจากนั้นยังมีเรือหางยาวให้เช่าไปเที่ยวตามเกาะต่าง ๆ จอดอยู่บริเวณอ่าวนาง ส่วนร้านดำน้ำจะอยู่ริมถนนบริเวณอ่าวนาง